Wednesday, July 8, 2015

อันตรายจาก 'สคิซโซฟรีเนีย'

การได้ยินเสียงเองหรือการเข้าใจเอาว่ามีผู้ใช้อุปกรณ์เพื่อแทรกซึมเข้าสู่ตัวทำนองนี้เป็นอาการที่ส่อชัดเจนถึงอาการ สคิซโซฟรีเนียประเภทหวาดระแวง ซึ่งถือเป็นโรคทางสมองอย่างหนึ่ง

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นหลังเกิดกรณีสังหารหมู่ 13 ศพที่สถานีทหารเรือวอชิงตันเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่ "อารอน อเล็กซิส" ฆาตกรผู้ลงมือจะเป็นผู้ป่วยทางจิตประเภท "สคิซโซฟรีเนีย" หรือโรคจิตเภท ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบข้อมูลจากสื่อและรายงานของสำนักงานตำรวจเมืองนิวพอร์ท ซึ่ง นิวยอร์ก ไทม์ส ระบุว่า นายอเล็กซิส อดีตทหารเรือเคยขอรับความช่วยเหลือจากปัญหาทางจิตจาก สำนักงานกิจการทหารผ่านศึกมาแล้ว

ในขณะที่ รายงานของสำนักงานตำรวจนิวพอร์ท รัฐโรดไอส์แลนด์ ระบุเอาไว้ว่า เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายอเล็กซิส เคยโทรศัพท์ไปร้องเรียนกับตำรวจว่า "มีคน 3 คนพูดกับผมผ่านพื้นห้อง" และ "คนเหล่านี้ใช้อุปกรณ์ที่มีคลื่นไมโครเวฟบางอย่างเพื่อส่งสัญญาณสั่นสะเทือนผ่านเพดานห้อง แทรกซึมเข้าไปในร่างกายของผม จนทำให้ผมนอนไม่หลับ"

ดร. อี. ฟุลเลอร์ ทอร์เรย์ ศาสตราจารย์ด้านจิตเวชศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแห่งวิทยาศาสตร์สุขภาพของสหรัฐอเมริกา ชี้ว่า การได้ยินเสียงเองหรือการเข้าใจเอาว่ามีผู้ใช้อุปกรณ์เพื่อแทรกซึมเข้าสู่ตัวทำนองนี้เป็นอาการที่ส่อชัดเจนถึงอาการ สคิซโซฟรีเนียประเภทหวาดระแวง ซึ่งถือเป็นโรคทางสมองอย่างหนึ่ง แบบเดียวกับโรคพาร์กินสันหรืออัลไซเมอร์ ในขณะที่  Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo  ดร.ดักลาส มอสส์แมน ศาสตราจารย์ด้านจิตเวชศาสตร์จากมหาวิทยาลัยซินซินนาติ บอกว่า สคิซโซฟรีเนีย มักเกิดขึ้นในช่วงปลายวัยรุ่น ต่อเนื่องกับการเริ่มต้นวัยผู้ใหญ่ ในผู้ชาย อาการดังกล่าวมักเกิดขึ้นในช่วงปลายๆ วัยรุ่น คือ 17-19 ปีจนถึงวัย 20 ปีต้นๆ ส่วนผู้หญิงจะเกิดขึ้นช้ากว่า โดยจะเป็นช่วงวัย 20 ตอนปลายขึ้นไป โดยจะค่อยเป็นค่อยไปเหมือนๆ กัน

ตามสถิติมีคนอเมริกันเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ป่วยเป็นโรคนี้ อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาวิจัยชี้ชัดเจนว่า สคิซโซฟรีเนีย ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่บุคคลจะแสดงออกอย่างรุนแรง หรือก่ออาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขาดการรักษาหรือไม่ได้รับยาที่เหมาะสมตามอาการ

‘กลูเตน’ ภัยมืดโรคในช่องท้อง


เผย 'กลูเตน' เป็นส่วนหนึ่งทำให้คนอังกฤษเป็นโรคในช่องท้อง เช่น ท้องอืด ท้องผูก ฯลฯ เนื่องจากกลูเตนมีอยู่ในมากขนมปัง เมื่อลดการทานขนมปังจะช่วยลดอาการดั่งกล่าวได้

“กลูเตน” สารโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบมากในข้าวสาลีซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญของขนมปังเป็นสารกระตุ้นที่ทำให้คนอังกฤษ 1 ใน 10 ป่วยเป็นโรคในช่องท้องโดยมีอาการต่างกันไป ได้แก่ ท้องอืด ท้องร่วง ท้องผูก เจ็บท้องน้อย นับเป็นภัยเงียบที่ทำให้ชาวอังกฤษจำนวนมาป่วยมานานหลายปี โดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง

ชู คลาร์ก หญิงวัย 50 ปี ชาวเมืองลูตัน ประเทศอังกฤษ มีอาการท้องอืดมาตั้งแต่ยังสาวและท้องของเธอบวมโตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลายคนทักว่าเธอตั้งครรภ์ ท้ายสุดเธอได้เข้าตรวจที่โรงพยาบาลในเมืองลูตัน กระทั่งได้พบความจริงว่าเลือดของเธอจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาทุกครั้งที่ทานอาหาร ที่มีสารกลูเตนอย่างต่อเนื่องและอาการท้องอืดจะหายไปเมื่อไม่ได้ทานอาหารที่มีสารกลูเตนเป็นประจำ

การทานอาหารควรที่มีความหลากหลายของอาหาร เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรค เน้นแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ก็สามารถช่วยป้องกันให้ห่างการอาการเจ็บป่วยได้

อ่านสำคัญไหม

เผยผลสำรวจความเชื่อมโยงระหว่าง 'นิทานก่อนนอน' กันพัฒนาการทางการอ่านจากเด็กๆ พบว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่หยุดอ่านนิทานก่อนนอน ทั้งที่การอ่านหนังสือกับผู้ปกครองเป็นช่วงที่มีความสุขที่สุด

ทีมวิจัยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ เผยผลสำรวจถึงความเชื่อมโยงระหว่าง "นิทานก่อนนอน" กับพัฒนาการทางการอ่าน จากเด็กๆ วัย 7-11 ขวบ 1,000 คน พบว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่หยุดอ่านนิทานก่อนนอน หรือกิจกรรมการอ่านในบ้านเมื่อเด็กเข้าสู่วัยประถมศึกษา  Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo   ทั้งที่หนูน้อยช่างอ่าน 2 ใน 3 ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า การอ่านหนังสือกับผู้ปกครองเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด แต่พ่อแม่มักจะคิดไปเองว่าลูกอ่านได้แล้ว น่าจะชอบฝึกฝนสิ่งที่รู้ มาจากโรงเรียนมากกว่า

ทั้งยังหยุดกิจกรรมการเสริมทักษะ และกระชับความอบอุ่นในครอบครัวไปเฉยๆ โดยไม่ถามความคิดเห็นของเด็กๆ ส่งผลให้หนอนหนังสือวัยกระเตาะกว่าร้อยละ 44 มีพัฒนาการการอ่านลดลงจน น่าตกใจ

บางกรณีการเลิกอ่านนิทานก่อนนอนทำให้เด็กหมดแรงบันดาลใจที่จะอ่านหนังสือ เนื่องจากสรุปเอาเองว่าพ่อแม่หยุดอ่านเพราะหนังสือไม่ดี ไม่มีประโยชน์ ยิ่งต้องอ่านสร้างความเข้าใจหนังสือเรียนที่ยากๆ ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เด็กท้อแท้ ซ้ำร้ายอาจบานปลายกลายเป็นเกลียดหนังสือได้ในที่สุด

No comments:

Post a Comment