พออายุเยอะอะไรๆ ก็ดูเปลี่ยนไปหมด ยิ่งโดยเฉพาะคุณสาวๆ ที่ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ วันนี้เรามีวิธีที่ช่วยให้คุณสาวๆ ให้อายุเป็นเพียงตัวเลข และทำให้คุณดูดีตลอดเวลามาบอกกันค่ะ
พออายุเยอะอะไรๆ ก็ดูเปลี่ยนไปหมด ยิ่งโดยเฉพาะคุณสาวๆ ที่ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ วันนี้เรามีวิธีที่ช่วยให้คุณสาวๆ ให้อายุเป็นเพียงตัวเลข และทำให้คุณดูดีตลอดเวลามาบอกกันค่ะ
ปฏิวัติ 3 จุดย่อนคล้อยแห่งวัย ให้กระชับ เต่งตึง
สำหรับคุณผู้หญิงความย่อนคล้อย ดูจะเป็นเรื่องใหญ่มากเลยที่เดียวใช่ไหมล่ะค่ะ ยิ่งถ้าคุณสาวๆ ไม่ค่อยจะดูแลตัวเองด้วยแล้ว ริ้วรอยต่างๆ ก็ตามมาได้เร็วเลยทีเดียว
เคยลองสังเกตุกันดูไหมว่าจุดสำคัญของความย่อนคล้อยมีอยู่ 3 จุดด้วยกัน คือ คอ หน้าอก และบั้นท้ายของคุณสาวๆ ซึ่ง 3 จุดที่บอกไปนั้น ช่วยให้คุณดูมีอายุมากยิ่งขึ้น งั้นเราไปรู้วิธีกำจัดจุดอ่อนกันดีกว่าค่ะ
“คอ” เป็นบริเวณบอบบางเช่นเดียวกับใบหน้าซึ่งสามารถโกงอายุให้คุณดูแก่กว่าวัยด้วย ปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย ผิวบริเวณลำคอ คอย่นเป็นชั้นเล็ก ๆ เสียดสีกันจนเกิดรอยดำคล้ำชัดเจน หรือมีเนื้อที่คอมากไปจนดูเหมือนมีคางสองชั้น เป็นต้น และเมื่อปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว จุดสังเกตเห็นง่ายนี้จะเป็นตัวบ่งบอกว่าคุณดูแลตัวเองดีหรือไม่
ปัจจัยความหย่อนคล้อย
อายุ : ปัจจัย ต้นเหตุที่คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ ปริมาณคอลลาเจนใต้ผิวหนังก็ค่อย ๆ ลดลงตามวัยเท่านั้น รวมทั้งความชุ่มชื้นและความเต่งตึงย่อมลดลงด้วย ประกอบกับแรงโน้มถ่วงของโลกที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับอายุ ส่งผลให้เราหย่อนคล้อย ร่วงโรยไปบ้างโดยที่ไม่รู้ตัว
น้ำหนักตัว : เป็นสิ่งที่ดีหากคุณพยายามจะควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เกินมาตรฐาน เพราะเมื่อน้ำหนักขึ้น ร่างกายคุณก็จะขยายตามไปด้วย ทำให้ผิวแตกลายในจุดที่สังเกตง่าย เช่น หน้าท้อง สะโพก และก้น และยังทำให้ผิวบริเวณคอขยายตัวเป็นถุงด้วย แต่ในทางกลับกันเมื่อคุณตัวผอมลง เนื้อที่คอย่อมหายไปด้วย ซึ่งอาจเหลือไว้แต่ริ้วรอยให้หนักใจเล่น หากเป็นเช่นนี้ อยู่ประจำก็ย่อมส่งผลต่อผิวบริเวณคอให้หย่อนคล้อยในเวลาต่อมา
การใช้ชีวิต : หากไลฟ์สไตล์คุณสุดเหวี่ยง เช่น สูบบุหรี่จัด ติดสุรา ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงไม่ทาครีมป้องกันแสงแดดเป็นประจำ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นตัวเร่งให้แก่ก่อนวัยแน่นอน เพราะไม่ว่าจะเป็นนิโคติน แอลกอฮอล์หรือแสงแดด ล้วนเป็นมลพิษที่เรามองไม่เห็น แต่ทำอันตรายต่อผิวบริเวณคอให้แห้งกร้าน ดำคล้ำ และหย่อนคล้ายไม่น่ามองเมื่อคุณยิ่งอายุมากขึ้น
“2 นาที” บริหารกระชับคอ ซึ่งง่ายและทำที่ไหนก็ได้
นั่งหลังตรงในท่าที่สบาย เอนศีรษะไปทางด้านหลังอย่างช้า ๆ แล้วค้างไว้ 10 วินาที (หรือจนกว่าคุณจะเมื่อยแนวขากรรไกร) แล้วเอนศีรษะกลับมาตรงเหมือนเดิม ทำซ้ำ 5 ครั้ง
นั่งหน้าตรงโดยไม่งอไหล่ แล้วหันศีรษะไปทางไหล่ขวา ทำค้างไว้ 5 วินาที (หรือจนกว่าคุณจะเมื่อย) แล้วสลับมาบริหารข้างซ้าย ทำซ้ำ 3 ครั้ง
นั่งหน้าตรงไม่งอไหล่ แล้วโน้มศีรษะไปทางไหล่ขวา ทำค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ 3 ครั้ง จากนั้นโน้มศีรษะกลับมาหน้าตรง แล้วสลับมาบริหารข้างซ้ายทำซ้ำ 3 ครั้ง
Eating Tips :
เน้นบริโภคแร่ธาตุจากผักใบเขียววิตามินจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี ถั่วและเมล็ดธัญพืช เพื่อช่วยต่อต้านริ้วรอย และคืนความชุ่มชื่นให้กับผิว
“หน้าอก” มีโครงสร้างหลักคือไขมัน ดังนั้นหน้าอกจึงเป็นส่วนสำคัญที่บอกถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้อย่างชัดเจนเมื่ออายุยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือเมื่อน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง และยังรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) ซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบให้หน้าอกหย่อนคล้อยเป็นถุงกาแฟได้
ปัจจัยความหย่อนคล้อย
ตั้งครรภ์ : ในช่วงตั้งครรภ์ ฮอร์โมนเอสโตรเจน และฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนจะไปกระตุ้นเต้านมให้ต่อมน้ำนมผลิตน้ำนม ส่งผลให้ขนาดเต้านมเพิ่มขึ้น เนื่องจากท่อน้ำนม ประมาณ 15-20 ท่อจะแตกตัวมากกว่าปกติ และเมื่อเด็กหย่านมแล้ว เต้านมก็จะหดตัวลงเหลือขนาดเท่าเดิม หรือเล็กลงกว่าเดิม ดังนั้นเมื่อหน้าอกเกิดการขยายขนาดนานในช่วงระยะหนึ่ง แล้วเกิดการลดตัวลงหลังจากนั้น ก็ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะหน้าอกคล้อยตามมาด้วย
พันธุกรรม : เป็นโครงสร้างทางชีวภาพของหน้าอกซึ่งสัมพันธ์กับน้ำหนักตัว ทั้งนี้หากมีโครงสร้างทางพันธุกรรมหน้าอกใหญ่ ก็จะยิ่งประสบกับปัญหาหน้าอกคล้อยได้ง่ายกว่าคนในวัยเดียวกัน
การออกกำลังกาย : กิจกรรม เพื่อสุขภาพที่ทำเป็นประจำ เช่น วิ่ง เทนนิส แบดมินตัน ก็มีส่วนทำให้หน้าอกหย่อนคล้อยได้โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน Di
Di
Di
Di
Di
Di
Di
Di
Di
Di
Di
Di
Di
Di
Di
Di
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk ซึ่งวิธีที่จะช่วยรักษาทรงหน้าอกได้ใน ระยะ หนึ่งก็คือ “บรา” ดังนั้นควรสวมสปอร์ตบราเพื่อทำให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น หากต้องมีอิริยาบท วิ่ง หรือกระโดด สปอร์ตบราจะช่วยพยุง หน้าอกไม่ให้แกว่งไปมาตามแรงโน้มถ่วง
ในขณะที่กำลังออกแรง
บริหารหน้าอก
สิ่งที่ต้องเตรียม
แผ่นรองโยคะ (อาจเป็นฟูกหรือผ้าปูที่ค่อนข้างหนานะคะ เพื่อป้องกันอันตรายที่หลังขณะบริหาร)
ดัมเบลขนาดประมาณ 1.5-2 กิโลกรัม 1 คู่ (1 ปอนด์ เท่ากับ 2 กิโลกรัม)
“1 นาที” บริหารหน้าอกที่ไม่ใช่แค่ยกกระชับ แต่ยังเพิ่มขนาดจนดูเซ็กซี่ได้
Step 1 : นอน ราบกับแผ่นรองโยคะ ปลายเท้าชิดกัน จับดัมเบลในท่าแขนกางออกสุดแล้วค่อย ๆ ยกเข้าหาตัวอย่างช้า ๆ ทำค้างไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วยกดัมเบลออกจากตัว โดยแขนกางออกสุด ทำซ้ำอีก 5 ครั้ง (หรือจนกว่าคุณจะเริ่มรู้สึกเมื่อยบริเวณข้อพับแขน)
Step 2 : เปลี่ยนทำจับดัมเบล ให้อยู่ในท่าจับดัมเบลชิดกันไว้ตรงหน้าอก แล้วยกดัมเบลขึ้นตรงให้สุดแขนอย่างช้า ๆ โดยไม่กางแขนออก ค้างไว้ 5 วินาที แล้วยกลงอย่างช้า ๆ ให้มาหยุดที่บริเวณหน้าอกตามเดิม ทำซ้ำอีก 5 ครั้ง (หรือจนกว่าคุณจะเริ่มรู้สึกเมื่อยบริเวณข้อพับแขน)
Step 3 : จับดัมเบลชิดกันไว้ตรงหน้าอก แล้วยกขึ้นตรงให้สุดแขนอย่างช้า ๆ โดยไม่กางแขนออก แล้วเริ่มกางแขนยกดัมเบลเข้า-ออก อย่างช้า ๆ ทำซ้ำ 10 ครั้ง (หรือจนกว่าจะเริ่มเมื่อยบริเวณหัวไหล่) แล้วยกดัมเบลลงมาไว้ที่หน้าอกอย่างช้า ๆ เมื่อทำจนครบแล้ว
Home Remedy :
บริหารด้วยฝ่ามือโดยการนวดเข้าเป็นวงตามเข็มนาฬิกา นวดนานประมาณ 15 นาที ขั้นตอนนี้คุณอาจนวดไปพร้อมกับครีมกระชับทรวงอกหรือครีมบำรุงผิว
Eating Tips :
เน้นบริโภคโปรตีนจำพวกเนื้อสัตว์ ไข่ ถั่ว นม เพื่อบำรุงกล้ามเนื้อ และฮอร์โมนเพศ
“บั้นท้าย” อาจทำให้คุณหนักใจชนิดที่แก้ไม่หายขาดเลยทีเดียว เพราะเมื่อน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น ขนาดต้นขาก็จะใหญ่ขึ้นตามด้วย ดังนั้น อย่าแปลกใจถ้าวันหนึ่งคุณใช้เวลานานกับการใส่สกินนี่ยีนส์ตัวโปรด หรือเลือกหยิบกระโปรงมาใส่บ่อยครั้งกว่าหยิบกางเกง
ปัจจัยความหย่อนคล้อย
นั่งประจำที่ : พนักงาน ออฟฟิศคงหลีกเลี่ยงปัจจัยนี้ไม่ได้ เนื่องจากส่วนใหญ่ต้องนั่งทำงานทั้งวัน ทำให้สิ่งที่บริโภคเข้าไปร่างกายนำไปใช้งานไม่หมด และถูกเก็บสะสมไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะบั้นท้าย หรือที่เราเรียกว่า “ลงก้น” นั่นเอง
แป้ง และน้ำตาล : นี่คือตัวร้ายที่ก่อให้เกิด “เซลลูไลท์” หรือ “ผิวเปลือกส้ม” ที่ส่งผลให้ต้นขาและบั้นท้ายของคุณมีลักษณะเนื้อบุ๋ม และขรุขระเหมือนผิวเปลือกส้ม ซึ่งเซลลูไลท์ เกิดจากการที่บริโภคขนมปัง น้ำอัดลม กาแฟใส่นม ขนมขบเคี้ยว และขนมหวานอื่น ๆ เข้าไปแล้วร่างกายไม่ได้นำไปใช้เป็นพลังงาน ก็จะถูกสะสมในรูปไขมันตามบริเวณหน้าท้องสะโพก ต้นขา โดยเฉพาะก้นทำให้ขนาดเปลี่ยนไปจากเดิม และหย่อนคล้อยในที่สุด
“2 นาที” บริหารส่วนบั้นท้ายให้กระชับ
ยืนตรงขาชิดกันพร้อมมือเท้าสะเอว กางขาออก แล้วเริ่มงอขาขวาพร้อมย่อตัวลง โดยยืดขาซ้ายให้สุด ทำค้างไว้ 5 วินาที และยืดตัวขึ้นกลับมาในท่ากางขา ทำซ้ำ 5 ครั้งจนครบเซ็ท แล้วเปลี่ยนสลับมาบริหารขาซ้ายเช่นเดียวกัน
ยืนตรงขาชิดกันพร้อมมือเท้าสะเอว ก้าวขาขวาไปข้างหน้ายืดให้สุด จากนั้นย่อหัวเข่าขาขวาลงให้ข้อพับขาซ้ายหลังเหยียดเล็กน้อย เอนลำตัวไปข้างหน้า ทำค้างไว้ 3 วินาที แล้วดึงลำตัว กลับมาให้ตรงในท่าหัวเข่าไม่งอ ทำซ้ำ 5 ครั้งจนครบเซ็ท แล้วเปลี่ยนสลับมาบริหารขาซ้ายเช่นเดียวกัน
(หาพนักเก้าอี้ หรือวัตถุอื่นที่คุณสามารถเกาะได้) ยืดแขนสุดในขณะจับพนักเก้าอี้ในท่ายืนตัวตรงขาชิด แล้วเริ่มแกว่งขาขวาไปข้างหน้า-หลัง
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dk
Dl
Dl
Dl
Dl
Dl
Dl
Dl
Dl
Dl
Dl
Dl
Dl
Dl
Dl
Dl ในขณะที่แกว่งไปข้างหน้าย่อตัว เล็กน้อยเพื่อให้แกว่งขาได้สูงขึ้น และในขณะที่แกว่งขาไปข้างหลังควรแอ่นหน้าอกเล็กน้อยเพื่อให้แกว่งขาไปข้าง หลังได้สะดวกขึ้น ทำประมาณ 10 ครั้งจนครบเซ็ท และเปลี่ยนมาบริหารขาซ้ายเช่นเดียวกัน
(หาพนักเก้าอี้ หรือวัตถุอื่นที่คุณสามารถเกาะได้) ยืดแขนสุดในขณะจับพนักเก้าอี้ในท่ายืนตัวตรงขาชิด แล้วเริ่มกางขาขวาออกข้างแล้วยกขึ้น-ลง ทำประมาณ 10 ครั้งจนครบเซ็ท และเปลี่ยนมาบริหารขาซ้ายเช่นเดียวกัน
Home Remedy :
ฝึกแขม่วหน้าท้องพร้อมขมิบก้น ก็สามารถช่วยลดขนาดของบั้นท้ายได้ และยังทำให้บั้นท้ายกระชับทรงขึ้นอีกด้วย ในเริ่มแรกคุณอาจฝึกขมิบให้นาน 5 นาที เมื่อคุณเริ่มชินแล้วก็เพิ่มเวลาให้นานขึ้น
Eating Tips :
บริโภคแต่น้อยในอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต แป้ง น้ำตาล และน้ำมัน ให้เน้นบริโภคอาหาร จากธัญพืชขัดสีเช่น โฮลวีต โฮลเกรน ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ เป็นต้น
เทคนิคสวย 3 จุด ที่สุขกายสบายใจนำมาฝากนี้เป็นวิธีการกระชับสัดส่วนอย่างง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณมีหุ่นที่เฟิร์มขึ้น ดูดีจากภายนอกได้โดยใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้าจะให้ดีควรบำรุงให้สวยจากภายในด้วยการกินอาหารอย่างถูกต้อง ที่สำคัญคือปล่อยวางจิตใจไม่ให้ตึงเครียดจนเกินไป ร่างกายก็จะทำงานอย่างเป็นปกติในทุก ๆ วัน
koompavaree
Wednesday, July 8, 2015
10 วิธีทำให้บ้านคุณไร้มลพิษ
คุณรู้หรือไม่ว่ามีอันตรายหลายอย่างซ่อนอยู่ภายในบ้านของท่านเอง มีสถานที่ 10 แห่งภายในบ้านที่เราควรระมัดระวังเพราะมีมลพิษปะปนอยู่ ดังนี้
1. เครื่องกรองอากาศ คนส่วนใหญ่ใช้เวลา 80% อยู่ในบ้านซึ่งความจริงแล้วในบ้านอาจมีมลพิษมากกว่าการออกไปนอกบ้าน บ้านที่ออกแบบใหม่ๆในปัจจุบัน ออกแบบอย่างประหยัดเนื้อที่ เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า นั่นหมายความถึงการระบายอากาศที่ไม่ดีเท่าที่ควร และมีผลทำให้เกิดการระคายเคืองอันเกิดจากไรฝุ่น มด ปลวกและสิ่งแปลกปลอมอื่นๆได้ สิ่งเหล่านี้ส่งผลทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ หอบหืด เครื่องกรองอากาศเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอย่างดี ดังนั้นทุกบ้านที่มีเครื่องปรับอากาศ ควรทำความสะอาดเครื่องกรองอากาศในทุกๆ 3 เดือนและควรเปิดพัดลมไว้ด้วยเพื่อไล่มลพิษต่างๆที่ถูกเก็บไว้ในห้องให้ออกไป
2. พรม ผ้าเช็ดเท้าหรือพรมที่ปูในห้องนั่งเล่นหรือในห้องนอน เป็นตัวกักเก็บไรฝุ่น ละอองเกสร หรือเชื้อราต่างๆได้ การทำน้ำหรือเศษอาหารตกลงบนพรม เมื่อพรมมีความชื้นหรือเปียก จะทำให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคต่างๆได้ เช่น เชื้อรา ดังนั้นการปูกระเบื้องอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าการใช้พรม
3. น้ำประปา เนื่องจากร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น การดื่มน้ำที่สะอาดจะส่งผลดีต่อสุขภาพ บ้านที่มีเครื่องกรองน้ำจะมีความรู้สึกปลอดภัยไปขั้นหนึ่ง แต่การดูแลและรักษาความสะอาดเครื่องกรองก็เป็นสิ่งสำคัญด้วย เพราะหากเชื้อโรคเข้าไปหมักหมม เป็นจำนวนมากจะทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ดื่มได้ ควรระวังเรื่องการลัางไส้กรองของเครื่องกรองน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพราะภายในเครื่องกรองมีสารเคมีต่างๆอยู่และหากรั่วไหลลงในน้ำที่ดื่มจะทำให้เกิดอันตรายได้
4. เครื่องสุขภัณฑ์ทำความสะอาดบ้าน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่างๆมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปอด ผิวหนังและส่งผลเสียต่อโรคภูมิแพ้หรือหอบหืดได้ Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci
เราอาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากธรรมชาติเช่นน้ำส้มสายชู ผสมกับน้ำในขวดสเปรย์แทนการซื้อน้ำยาขัดกระจก ใช้เบกกิ้งโซดาขัดพื้นแทนน้ำยาขัดห้องน้ำหรือสารฟอกขาวต่างๆ หรือใช้เปลือกมะนาวช่วยทำความสะอาดคราบหินปูนต่างๆ จะทำให้มลพิษภายในบ้านน้อยลง
5. การซักผ้า การใช้เสื้อผ้าที่สะอาด เรียบสวยเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา การใช้ผงซักฟอกที่ขจัดสิ่งสกปรกได้อย่างหมดจดโดยมีสารเคมีผสมอยู่เป็นจำนวนมากหรือการใช้สารฟอกผ้าขาวต่างๆทำให้ก่อเกิดมลพิษได้ รวมทั้งการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม ล้วนแล้วแต่มีสารเคมีที่สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพได้ การใช้วิธีตากแดดโดยไม่ใช่การอบให้แห้งจะช่วยลดมลพิษได้บ้าง
6. ภาชนะที่ใส่อาหาร ผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับโรคมะเร็งกล่าวว่าการทานอาหารที่ใส่ในภาชนะพลาสติกที่ไม่มีการป้องกันความร้อน จะก่อให้เกิดสารที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ ดังนั้นควรอ่านภาชนะที่ใช้ในครัวให้ดี ว่าใช้กับความร้อนระดับใด ภาชนะพลาสติกเหล่านี้มีสารเคมีเคลือบอยู่ การขัดกระทะ ทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมทำให้กระทะที่เคลือบอยู่เป็นรอย หรือการใช้กระทะด้วยไฟที่แรงจะทำให้เสียได้ง่าย การล้างกระทะที่ร้อนด้วยการแช่น้ำเย็นไว้ทั้งคืนจะทำให้กระทะโค้งงอได้
7. เสื้อผ้า การใช้น้ำยาช่วยให้ผ้าเรียบ น้ำยาเหล่านี้สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองต่อปอดและผิวหนังได้ ดังนั้นควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่ใชัเส้นใยธรรมชาติ เช่นผ้าฝ้าย ผ้าคอดตัอน
8. แชมพู แชมพูที่ใส่สารเคมีมากๆ ทำให้ผมนิ่มนวล เป็นประกายอาจเป็นตัวการให้เกิดโรคผิวหนังและภูมิแพ้หากใช้เป็นเวลานาน ดังนั้นการเลือกใช้แชมพูที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากธรรมชาติจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
9. ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ปัจจุบันผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมีส่วนผสมมากมายหลายชนิด สารเคมีเหล่านี้จะซึมเข้าสู่ผิวหนังและหลอดเลือดได้ และส่งผลที่เป็นพิษต่อร่างกาย การอ่านส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ข้างขวดจะช่วยในการเลือกผลิตภัณฑ์ เหล่านี้ได้อย่างเหมาะสม และไม่ควรเก็บผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไว้นานๆ เพราะเมื่อหมดอายุก็จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
10. อย่าเก็บข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ นานจนเกินไป Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci ภาชนะใส่อาหาร ผ้าห่ม หมอน ปลอกหมอน เก้าอี้ เบาะนั่งเล่น หากเก็บไว้นานเกินไปจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค เช่น เชื้อราและไรฝุ่นได้ จึงควรบริจาคหรือนำมาทำความสะอาดอยู่เสมอ ห้องเก็บของเช่นเดียวกัน ควรรื้อออกมาทำความสะอาดให้ปราศจากเชื้อโรคอยู่เสมอ
การดูแลบ้านให้สะอาดปราศจากมลพิษจะช่วยทำใหัเรามีสุขภาพที่ดี ชีวิตความเป็นอยู่ของเราส่วนใหญ่มักอยู่ในบ้านมากกว่าการออกไปนอกบ้าน ดังนั้นการดูแลที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัย สะอาด ปราศจากมลพิษจะช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีทั้งใจและกายอย่างแน่นอน
1. เครื่องกรองอากาศ คนส่วนใหญ่ใช้เวลา 80% อยู่ในบ้านซึ่งความจริงแล้วในบ้านอาจมีมลพิษมากกว่าการออกไปนอกบ้าน บ้านที่ออกแบบใหม่ๆในปัจจุบัน ออกแบบอย่างประหยัดเนื้อที่ เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า นั่นหมายความถึงการระบายอากาศที่ไม่ดีเท่าที่ควร และมีผลทำให้เกิดการระคายเคืองอันเกิดจากไรฝุ่น มด ปลวกและสิ่งแปลกปลอมอื่นๆได้ สิ่งเหล่านี้ส่งผลทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ หอบหืด เครื่องกรองอากาศเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอย่างดี ดังนั้นทุกบ้านที่มีเครื่องปรับอากาศ ควรทำความสะอาดเครื่องกรองอากาศในทุกๆ 3 เดือนและควรเปิดพัดลมไว้ด้วยเพื่อไล่มลพิษต่างๆที่ถูกเก็บไว้ในห้องให้ออกไป
2. พรม ผ้าเช็ดเท้าหรือพรมที่ปูในห้องนั่งเล่นหรือในห้องนอน เป็นตัวกักเก็บไรฝุ่น ละอองเกสร หรือเชื้อราต่างๆได้ การทำน้ำหรือเศษอาหารตกลงบนพรม เมื่อพรมมีความชื้นหรือเปียก จะทำให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคต่างๆได้ เช่น เชื้อรา ดังนั้นการปูกระเบื้องอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าการใช้พรม
3. น้ำประปา เนื่องจากร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น การดื่มน้ำที่สะอาดจะส่งผลดีต่อสุขภาพ บ้านที่มีเครื่องกรองน้ำจะมีความรู้สึกปลอดภัยไปขั้นหนึ่ง แต่การดูแลและรักษาความสะอาดเครื่องกรองก็เป็นสิ่งสำคัญด้วย เพราะหากเชื้อโรคเข้าไปหมักหมม เป็นจำนวนมากจะทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ดื่มได้ ควรระวังเรื่องการลัางไส้กรองของเครื่องกรองน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพราะภายในเครื่องกรองมีสารเคมีต่างๆอยู่และหากรั่วไหลลงในน้ำที่ดื่มจะทำให้เกิดอันตรายได้
4. เครื่องสุขภัณฑ์ทำความสะอาดบ้าน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่างๆมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปอด ผิวหนังและส่งผลเสียต่อโรคภูมิแพ้หรือหอบหืดได้ Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci
เราอาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากธรรมชาติเช่นน้ำส้มสายชู ผสมกับน้ำในขวดสเปรย์แทนการซื้อน้ำยาขัดกระจก ใช้เบกกิ้งโซดาขัดพื้นแทนน้ำยาขัดห้องน้ำหรือสารฟอกขาวต่างๆ หรือใช้เปลือกมะนาวช่วยทำความสะอาดคราบหินปูนต่างๆ จะทำให้มลพิษภายในบ้านน้อยลง
5. การซักผ้า การใช้เสื้อผ้าที่สะอาด เรียบสวยเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา การใช้ผงซักฟอกที่ขจัดสิ่งสกปรกได้อย่างหมดจดโดยมีสารเคมีผสมอยู่เป็นจำนวนมากหรือการใช้สารฟอกผ้าขาวต่างๆทำให้ก่อเกิดมลพิษได้ รวมทั้งการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม ล้วนแล้วแต่มีสารเคมีที่สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพได้ การใช้วิธีตากแดดโดยไม่ใช่การอบให้แห้งจะช่วยลดมลพิษได้บ้าง
6. ภาชนะที่ใส่อาหาร ผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับโรคมะเร็งกล่าวว่าการทานอาหารที่ใส่ในภาชนะพลาสติกที่ไม่มีการป้องกันความร้อน จะก่อให้เกิดสารที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ ดังนั้นควรอ่านภาชนะที่ใช้ในครัวให้ดี ว่าใช้กับความร้อนระดับใด ภาชนะพลาสติกเหล่านี้มีสารเคมีเคลือบอยู่ การขัดกระทะ ทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมทำให้กระทะที่เคลือบอยู่เป็นรอย หรือการใช้กระทะด้วยไฟที่แรงจะทำให้เสียได้ง่าย การล้างกระทะที่ร้อนด้วยการแช่น้ำเย็นไว้ทั้งคืนจะทำให้กระทะโค้งงอได้
7. เสื้อผ้า การใช้น้ำยาช่วยให้ผ้าเรียบ น้ำยาเหล่านี้สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองต่อปอดและผิวหนังได้ ดังนั้นควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่ใชัเส้นใยธรรมชาติ เช่นผ้าฝ้าย ผ้าคอดตัอน
8. แชมพู แชมพูที่ใส่สารเคมีมากๆ ทำให้ผมนิ่มนวล เป็นประกายอาจเป็นตัวการให้เกิดโรคผิวหนังและภูมิแพ้หากใช้เป็นเวลานาน ดังนั้นการเลือกใช้แชมพูที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากธรรมชาติจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
9. ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ปัจจุบันผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมีส่วนผสมมากมายหลายชนิด สารเคมีเหล่านี้จะซึมเข้าสู่ผิวหนังและหลอดเลือดได้ และส่งผลที่เป็นพิษต่อร่างกาย การอ่านส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ข้างขวดจะช่วยในการเลือกผลิตภัณฑ์ เหล่านี้ได้อย่างเหมาะสม และไม่ควรเก็บผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไว้นานๆ เพราะเมื่อหมดอายุก็จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
10. อย่าเก็บข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ นานจนเกินไป Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ch Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci Ci ภาชนะใส่อาหาร ผ้าห่ม หมอน ปลอกหมอน เก้าอี้ เบาะนั่งเล่น หากเก็บไว้นานเกินไปจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค เช่น เชื้อราและไรฝุ่นได้ จึงควรบริจาคหรือนำมาทำความสะอาดอยู่เสมอ ห้องเก็บของเช่นเดียวกัน ควรรื้อออกมาทำความสะอาดให้ปราศจากเชื้อโรคอยู่เสมอ
การดูแลบ้านให้สะอาดปราศจากมลพิษจะช่วยทำใหัเรามีสุขภาพที่ดี ชีวิตความเป็นอยู่ของเราส่วนใหญ่มักอยู่ในบ้านมากกว่าการออกไปนอกบ้าน ดังนั้นการดูแลที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัย สะอาด ปราศจากมลพิษจะช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีทั้งใจและกายอย่างแน่นอน
เคล็บลับผู้หญิงหุ่นดี กับท่าโยคะที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
การขับถ่ายทุกวัน ย่อมส่งผมดีกับร่างกายไม่ว่าคุณผู้หญิง หรือคุณผู้ชาย แต่ถ้าร่างกายของคุณทำงานผิดปกติทำให้ระบบขับถ่ายทำงานไม่ดีเท่าทีควร คุณเองก็อาจจะไม่มั่นใจในทุกวันที่คุณสวมใส่เสื้อผ้า
การขับถ่ายทุกวัน ย่อมส่งผมดีกับร่างกายไม่ว่าคุณผู้หญิง หรือคุณผู้ชาย แต่ถ้าร่างกายของคุณทำงานผิดปกติทำให้ระบบขับถ่ายทำงานไม่ดีเท่าทีควร คุณเองก็อาจจะไม่มั่นใจในทุกวันที่คุณสวมใส่เสื้อผ้า
เคล็บลับผู้หญิงหุ่นดี กับท่าโยคะที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
การขับถ่ายที่ดีและเป็นปกติ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง ที่อาจจะทำให้คุณมีอาการขับถ่ายยาก และไม่ดีเท่าที่ควร อาหาร หรือว่าสภาพแวดล้อมต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้คุณมีระบบขับถ่ายไม่เป็นปกติได้..
ดังนั้น คุณสาวๆควรทานอาหารที่มีกากใยไฟเบอร์ ทุกมื้ออาหาร ทานผักและผลไม้ที่มีประโยชน์ และพัผผ่อนให้เพียงพอ และการออกกำลังกายก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้คุณขับถ่ายได้ดีมากยิ่งขึ้น เรามาบริหารร่างกายด้วยท่าโยคะ ที่ช่วยระบบขับถ่าย กันดีกว่าค่ะ
เคล็บลับผู้หญิงหุ่นดี กับท่าโยคะที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
นั่งตรงตัว เหยียดขาซ้ายออกไป พับขาข้างขวาเข้ามา โดยให้ส้นเท้าของขาขวาติด กับต้นขาข้างซ้าย มือวางไว้บนเข่าซ้าย
หายใจเข้าพร้อมกับเคลื่อนมือทั้งสองข้างยกขึ้นตรงเหนือศีรษะ แขนแนบใบหู
หายใจออกพร้อมกับค่อยๆ โน้มตัวต่ำลงไป เอามือทั้งสองข้างจับที่ปลายเท้าซ้าย โดยให้ข้อศอกทั้งสองข้างแตะพื้น หน้าผากวางลงบนเข่า
ค้างท่านับ 1-10 หายใจปกติ
ปฏิบัติเช่นเดียวกันนี้โดยทำสลับกับขาอีกข้างหนึ่ง
จาก 1-5 นับเป็นหนึ่งรอบ
เสร็จแล้ว ดื่มน้ำสักแก้ว จะรู้สึกสดชื่น สบายท้อง สบายตัว ลอง
เอาชนะความอ้วน ด้วยวิธีธรรมชาติ
สำหรับผู้ที่ชอบดูแลตัวเองอยู่แล้วนั้นคงไม่ใช่เรื่องยากจะเราจะควบคุมน้ำหนักด้วยวิธีธรรมชาติ แต่สำหรับสาวเจ้าเนื้อทั้งหลายอาจจะฟังดูเป็นเรื่องยากจริงๆ แต่เชื่อเถอะค่ะว่าการลดน้ำหนักด้วยธรรมชาติช่วยให้คุณสวยได้จากข้างใน สู่ภายนอกเลยล่ะค่ะ
สำหรับผู้ที่ชอบดูแลตัวเองอยู่แล้วนั้นคงไม่ใช่เรื่องยากจะเราจะควบคุมน้ำหนักด้วยวิธีธรรมชาติ แต่สำหรับสาวเจ้าเนื้อทั้งหลายอาจจะฟังดูเป็นเรื่องยากจริงๆ แต่เชื่อเถอะค่ะว่าการลดน้ำหนักด้วยธรรมชาติช่วยให้คุณสวยได้จากข้างใน สู่ภายนอกเลยล่ะค่ะ
สาวๆ คนไหนก็อยากที่จะมีหุ่นที่เอวบางร่างน้อยด้วยกันทั้งนั้น Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo
งั้นเราลองมาลดน้ำหนักด้วยวิธีธรรมชาติกันดีกว่าค่ะ เพราะนอกจากไม่มีผลเสียต่อร่างกายแล้ว คุณเองก็จะไม่ได้ผลกระทบใดๆ จากการลดน้ำหนักแบบธรรมชาติด้วยค่ะ สวยแบบธรรชาติย่อมดีกว่าอยู่แล้วจริงไหมค่ะ
ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเครื่อง ดื่มเหล่านี้มีสารเอทานอลซึ่งให้พลังงาน 7 กิโลแคลอรีต่อกรัม ร่างกายจะเผาไหม้เอทานอลก่อนไขมัน จึงเอื้ออำนวยให้เกิดการสะสมไขมันภายในร่างกาย
ห้ามอดมื้อกินมื้อ เพราะการอดอาหารอาจเกิด อันตรายต่อสุขภาพได้ และยังทำให้การกินอาหารในมื้อถัดไปเพิ่มปริมาณมากกว่าปกติ
กินคาร์โบไฮเดรตได้ แต่อย่ากินไขมัน ไขมัน ทุกรูปแบบล้วนให้พลังงานสูง โดยให้พลังงานมากกว่าคาร์โบไฮเดรตที่หนักเท่ากันถึงสองเท่า และที่ร้ายกว่านั้นคือ ร่างกายสามารถสร้างไขมันสะสมจากไขมันที่กินเข้าไป โดยใช้พลังงานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่การเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นไขมันสะสมต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า แม้ว่าอาหารไทยส่วนใหญ่ไขมันต่ำ แต่เดี๋ยวนี้คนไทย
ก็หันไปนิยมกินอาหารไขมันสูงเพิ่มขึ้น ส่วนอาหารฝรั่งนั้นมักมีไขมันอยู่ราวร้อยละ 30-40 ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักต้องลดไขมันในอาหารให้เหลือน้อยกว่าร้อยละ 30 โดยควรกินอาหารไขมันต่ำตามธรรมชาติ หรืออาหารที่แปรรูปด้วยไขมันต่ำ และผสมน้ำตาลเพียงเล็กน้อย และกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนมากๆ แม้วิธีนี้ดูเหมือนจะยุ่งยาก แต่จริงๆ แล้วง่ายกว่าที่คิด ยิ่งเมื่อเทียบกับการต้องมานั่งคำนวณปริมาณแคลอรี ในอาหารทุกอย่างให้ได้ตามเกณฑ์ (1,200 กิโลแคลอรีต่อวัน) แล้วนับว่าการลดไขมันในอาหารนั้นสะดวก และมีประสิทธิภาพมากกว่าทีเดียว
ออกกำลังกายให้มากขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และ อย่าออกกำลังกายเพื่อหวังผลในการลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่ควรฝึกให้เป็นสุขนิสัยที่ปฏิบัติต่อเนื่องไปตลอดชีวิต เพราะหากทำได้เราจะมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสมตลอดไป สำหรับวิธีการออกกำลังกายมีสองแบบ Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo คือ แบบแอโรบิก เช่น ว่ายน้ำ รำกระบอง วิ่ง เต้นแอโรบิก และแบบแอนแอโรบิก เช่น ยกน้ำหนัก ทั้งสอบแบบจะช่วยเร่งระบบการเผาผลาญของร่างกาย ซึ่งจะทำให้ไขมันที่สะสมไว้มาใช้เป็นพลังงานได้
งดรับประทานของหวาน และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล รับ ประทานผัก และผลไม้เป็นประจำ เพราะนอกจากให้วิตามิน และเกลือแร่แล้ว ยังให้ใยอาหาร ทำให้ท้องไม่ผูก และมีความรู้สึกอิ่ม ไม่หิวบ่อย แต่ต้องไม่รับประทานผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงท็อปเทนผลไม้ที่ให้น้ำตาลสูง ได้แก่
อันดับหนึ่ง กล้วยไข่
อันดับสอง กล้วยน้ำว้า
อันดับสาม ขนุน
อันดับสี่ กล้วยหอม
อันดับห้า มะม่วงน้ำดอกไม้
อันดับหก ลำไยกะโหลกเขียว
อันดับเจ็ด ลองกอง
อันดับแปด เงาะ
อันดับเก้า ลางสาด
อันดับสุดท้าย ละมุด
ประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักจะสำเร็จแค่ไหน ส่วนหนึ่งอยู่ที่ความตั้งใจจริง และระเบียบวินัยในการบริโภคอาหารด้วย จึงอยากแนะนำให้รับประทานแป้งที่ไม่ขัดข้าว รับประทานผัก เต้าหู้ ปลา และธัญพืชต่างๆ เหล่านั้น นอกจากจะได้สุขภาพที่แข็งแรงแล้ว ยังได้รูปร่างที่สมส่วนอีกด้วยค่ะ
การขับถ่ายทุกวัน ย่อมส่งผมดีกับร่างกายไม่ว่าคุณผู้หญิง หรือคุณผู้ชาย แต่ถ้าร่างกายของคุณทำงานผิดปกติทำให้ระบบขับถ่ายทำงานไม่ดีเท่าทีควร คุณเองก็อาจจะไม่มั่นใจในทุกวันที่คุณสวมใส่เสื้อผ้า
เคล็บลับผู้หญิงหุ่นดี กับท่าโยคะที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
การขับถ่ายที่ดีและเป็นปกติ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง ที่อาจจะทำให้คุณมีอาการขับถ่ายยาก และไม่ดีเท่าที่ควร อาหาร หรือว่าสภาพแวดล้อมต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้คุณมีระบบขับถ่ายไม่เป็นปกติได้..
ดังนั้น คุณสาวๆควรทานอาหารที่มีกากใยไฟเบอร์ ทุกมื้ออาหาร ทานผักและผลไม้ที่มีประโยชน์ และพัผผ่อนให้เพียงพอ และการออกกำลังกายก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้คุณขับถ่ายได้ดีมากยิ่งขึ้น เรามาบริหารร่างกายด้วยท่าโยคะ ที่ช่วยระบบขับถ่าย กันดีกว่าค่ะ
เคล็บลับผู้หญิงหุ่นดี กับท่าโยคะที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
นั่งตรงตัว เหยียดขาซ้ายออกไป พับขาข้างขวาเข้ามา โดยให้ส้นเท้าของขาขวาติด กับต้นขาข้างซ้าย มือวางไว้บนเข่าซ้าย
หายใจเข้าพร้อมกับเคลื่อนมือทั้งสองข้างยกขึ้นตรงเหนือศีรษะ แขนแนบใบหู
หายใจออกพร้อมกับค่อยๆ โน้มตัวต่ำลงไป เอามือทั้งสองข้างจับที่ปลายเท้าซ้าย โดยให้ข้อศอกทั้งสองข้างแตะพื้น หน้าผากวางลงบนเข่า
ค้างท่านับ 1-10 หายใจปกติ
ปฏิบัติเช่นเดียวกันนี้โดยทำสลับกับขาอีกข้างหนึ่ง
จาก 1-5 นับเป็นหนึ่งรอบ
เสร็จแล้ว ดื่มน้ำสักแก้ว จะรู้สึกสดชื่น สบายท้อง สบายตัว ลอง
เอาชนะความอ้วน ด้วยวิธีธรรมชาติ
สำหรับผู้ที่ชอบดูแลตัวเองอยู่แล้วนั้นคงไม่ใช่เรื่องยากจะเราจะควบคุมน้ำหนักด้วยวิธีธรรมชาติ แต่สำหรับสาวเจ้าเนื้อทั้งหลายอาจจะฟังดูเป็นเรื่องยากจริงๆ แต่เชื่อเถอะค่ะว่าการลดน้ำหนักด้วยธรรมชาติช่วยให้คุณสวยได้จากข้างใน สู่ภายนอกเลยล่ะค่ะ
สำหรับผู้ที่ชอบดูแลตัวเองอยู่แล้วนั้นคงไม่ใช่เรื่องยากจะเราจะควบคุมน้ำหนักด้วยวิธีธรรมชาติ แต่สำหรับสาวเจ้าเนื้อทั้งหลายอาจจะฟังดูเป็นเรื่องยากจริงๆ แต่เชื่อเถอะค่ะว่าการลดน้ำหนักด้วยธรรมชาติช่วยให้คุณสวยได้จากข้างใน สู่ภายนอกเลยล่ะค่ะ
สาวๆ คนไหนก็อยากที่จะมีหุ่นที่เอวบางร่างน้อยด้วยกันทั้งนั้น Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bl Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo
งั้นเราลองมาลดน้ำหนักด้วยวิธีธรรมชาติกันดีกว่าค่ะ เพราะนอกจากไม่มีผลเสียต่อร่างกายแล้ว คุณเองก็จะไม่ได้ผลกระทบใดๆ จากการลดน้ำหนักแบบธรรมชาติด้วยค่ะ สวยแบบธรรชาติย่อมดีกว่าอยู่แล้วจริงไหมค่ะ
ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเครื่อง ดื่มเหล่านี้มีสารเอทานอลซึ่งให้พลังงาน 7 กิโลแคลอรีต่อกรัม ร่างกายจะเผาไหม้เอทานอลก่อนไขมัน จึงเอื้ออำนวยให้เกิดการสะสมไขมันภายในร่างกาย
ห้ามอดมื้อกินมื้อ เพราะการอดอาหารอาจเกิด อันตรายต่อสุขภาพได้ และยังทำให้การกินอาหารในมื้อถัดไปเพิ่มปริมาณมากกว่าปกติ
กินคาร์โบไฮเดรตได้ แต่อย่ากินไขมัน ไขมัน ทุกรูปแบบล้วนให้พลังงานสูง โดยให้พลังงานมากกว่าคาร์โบไฮเดรตที่หนักเท่ากันถึงสองเท่า และที่ร้ายกว่านั้นคือ ร่างกายสามารถสร้างไขมันสะสมจากไขมันที่กินเข้าไป โดยใช้พลังงานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่การเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นไขมันสะสมต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า แม้ว่าอาหารไทยส่วนใหญ่ไขมันต่ำ แต่เดี๋ยวนี้คนไทย
ก็หันไปนิยมกินอาหารไขมันสูงเพิ่มขึ้น ส่วนอาหารฝรั่งนั้นมักมีไขมันอยู่ราวร้อยละ 30-40 ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักต้องลดไขมันในอาหารให้เหลือน้อยกว่าร้อยละ 30 โดยควรกินอาหารไขมันต่ำตามธรรมชาติ หรืออาหารที่แปรรูปด้วยไขมันต่ำ และผสมน้ำตาลเพียงเล็กน้อย และกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนมากๆ แม้วิธีนี้ดูเหมือนจะยุ่งยาก แต่จริงๆ แล้วง่ายกว่าที่คิด ยิ่งเมื่อเทียบกับการต้องมานั่งคำนวณปริมาณแคลอรี ในอาหารทุกอย่างให้ได้ตามเกณฑ์ (1,200 กิโลแคลอรีต่อวัน) แล้วนับว่าการลดไขมันในอาหารนั้นสะดวก และมีประสิทธิภาพมากกว่าทีเดียว
ออกกำลังกายให้มากขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และ อย่าออกกำลังกายเพื่อหวังผลในการลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่ควรฝึกให้เป็นสุขนิสัยที่ปฏิบัติต่อเนื่องไปตลอดชีวิต เพราะหากทำได้เราจะมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสมตลอดไป สำหรับวิธีการออกกำลังกายมีสองแบบ Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo Bo คือ แบบแอโรบิก เช่น ว่ายน้ำ รำกระบอง วิ่ง เต้นแอโรบิก และแบบแอนแอโรบิก เช่น ยกน้ำหนัก ทั้งสอบแบบจะช่วยเร่งระบบการเผาผลาญของร่างกาย ซึ่งจะทำให้ไขมันที่สะสมไว้มาใช้เป็นพลังงานได้
งดรับประทานของหวาน และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล รับ ประทานผัก และผลไม้เป็นประจำ เพราะนอกจากให้วิตามิน และเกลือแร่แล้ว ยังให้ใยอาหาร ทำให้ท้องไม่ผูก และมีความรู้สึกอิ่ม ไม่หิวบ่อย แต่ต้องไม่รับประทานผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงท็อปเทนผลไม้ที่ให้น้ำตาลสูง ได้แก่
อันดับหนึ่ง กล้วยไข่
อันดับสอง กล้วยน้ำว้า
อันดับสาม ขนุน
อันดับสี่ กล้วยหอม
อันดับห้า มะม่วงน้ำดอกไม้
อันดับหก ลำไยกะโหลกเขียว
อันดับเจ็ด ลองกอง
อันดับแปด เงาะ
อันดับเก้า ลางสาด
อันดับสุดท้าย ละมุด
ประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักจะสำเร็จแค่ไหน ส่วนหนึ่งอยู่ที่ความตั้งใจจริง และระเบียบวินัยในการบริโภคอาหารด้วย จึงอยากแนะนำให้รับประทานแป้งที่ไม่ขัดข้าว รับประทานผัก เต้าหู้ ปลา และธัญพืชต่างๆ เหล่านั้น นอกจากจะได้สุขภาพที่แข็งแรงแล้ว ยังได้รูปร่างที่สมส่วนอีกด้วยค่ะ
สูตรลดน้ำหนักที่ผู้หญิงไม่ควรพลาด
สูตรลดน้ำหนัก วิธีการลดน้ำหนักที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ใช่กันคือการอดอาหาร ซึ่งการอดอาหารนั้นส่งผลกับร่างกายของคุณผู้หญิงแน่นอน สูตรลดน้ำหนักที่เรานไมาบอกกัน จะช่วยให้คุณไม่ต้องทรมานต่อไปค่ะ
สูตรลดน้ำหนัก วิธีการลดน้ำหนักที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ใช่กันคือการอดอาหาร ซึ่งการอดอาหารนั้นส่งผลกับร่างกายของคุณผู้หญิงแน่นอน สูตรลดน้ำหนักที่เรานไมาบอกกัน จะช่วยให้คุณไม่ต้องทรมานต่อไปค่ะ
สูตรลดน้ำหนักที่ผู้หญิงไม่ควรพลาด
สูตรลดน้ำหนัก หรือวิธีการลดน้ำหนักของคุณผู้หญิงที่นิยมใช่กัน คงเป็นการอดอาหาร หรือลดปริมาตรอาหารของคุณ แต่ผลที่ตามมาอาจไม่ดีเท่าที่ควร
สูตรลดน้ำหนัก จะต้องช่วยให้คุณได้สารอาหารอย่างครบถ้วนและมีประโยชน์ต่อร่างกายในแต่ละวัน ดังนั้น เราเลยมีสูตรลดน้ำหนัก ที่คุณเองสามารถเลือกทานในแต่ละวันได้ไม่ซ้ำแบบกัน มาบอกคุณผู้หญิงกันค่ะ ซึ่งแต่ละสูตรลดน้ำหนักนั้น คุณผู้หญิงควรนำมามิกซ์ แมทช์ กันเพื่อให้ตัวเองได้รับสารอาหารในแต่ละวันได้อย่างครบถ้วนค่ะ Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al โดยในแต่ละมื้อคุณผู้หญิงควรเลือกสูตรลดน้ำหนักมาทาน เลือกเมนูใดก็ได้มื้อละ 1 อย่างเท่านั้นน่ะค่ะ งั้นเราลองดูสูตรลดน้ำหนักในแต่ละมื้อกันเลยดีกว่าค่ะ
สูตรลดน้ำหนักที่ผู้หญิงไม่ควรพลาด
มื้อเช้า ให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งทานสลับกันไปทุกวัน
ไข่ต้มไม่สุกนัก ใส่พริกไทยดำมากๆ เกลือเล็กน้อย 1 ฟองเท่านั้น
ข้าวโอ๊ตชงกับน้ำร้อน 1 ถ้วยกาแฟ
น้ำเต้าหู้ใส่ลูกเดือย 1 ถ้วยข้าวต้ม
ข้าวต้มกับยำกุ้งแห้ง 1 ที่
แฮมนึ่ง 2 แผ่น
สลัดผักสด 1 ถ้วย
แอปเปิ้ลแดง 1 ผลหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
น้ำผักผลไม้ เช่น แครอทปั่นกับแอปเปิ้ลเขียว
ขนมปังโฮลวีตปิ้งทาเนยถั่ว 1 แผ่นกับชาสมุนไพร
เมล็ดทานตะวัน+เมล็ดฟักทอง 1 จานเล็ก (จานรองถ้วยกาแฟ)
ลูกเกดหรือลูกพรุนแห้ง 3 ช้อนโต๊ะ
ซุปเห็ดสด หรือต้มจืดเห็ด 1 ถ้วย
ถั่วลันเตานึ่งหรือต้มโรยเกลือ หรือราดซอสพริก 1 ถ้วยข้าวต้ม
จับฉ่าย 1 ถ้วยข้าวต้ม
ซุปผักโขม 1 ถ้วย
มื้อกลางวัน ให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งทานสลับกันไปทุกวัน
น้ำแอปเปิ้ล 1 แก้ว+ ส้ม 2 ผล
แครอทต้ม 1 จานเล็ก (จานรองกาแฟ) กับแฮมนึ่ง 1 แผ่น
ขนมจีนน้ำยาป่า 1 จานเล็ก
ยำเห็ด หรือยำก้านคะน้า 1 จาน
ไข่ดาวใส่พริกไทยดำมากๆ แม็กกี้เล็กน้อย 1 ฟอง
แกงจืดเต้าหู้ขาวใส่ผักกาดขาว 1 ถ้วย
เกี๊ยวน้ำไม่ใส่หมูแดง 1 ถ้วยเล็ก
กล้วยหอมหรือกล้วยน้ำว้า 1 ลูก
สลัดผักใส่ทูน่า 2 ช้อนโต๊ะ 1 ถ้วย
ข้าวต้มกุ้ง 1 ถ้วยเล็ก
แอปเปิ้ลเขียว หั่นชิ้นเล็ก 1 ผล
แกงส้มผักรวม 1 ถ้วย
มะเขือเทศ+แตงกวาสไลด์บางๆ แช่เย็น 1 จาน
สลัดผลไม้ เช่น ชมพู่ แอปเปิ้ล สับปะรด หั่นชิ้นเล็กๆ บีบมะนาวโรยน้ำผึ้ง
ส้มตำมะละกอ 1 จาน
ผัดถั่วงอกไม่ใส่หมู 1 จาน
สูตรลดน้ำหนักที่ผู้หญิงไม่ควรพลาด
สูตรลดน้ำหนักที่ผู้หญิงไม่ควรพลาด มื้อเย็น ให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งทานสลับกันไปทุกวัน
แกงจืดผักโขมไม่ใส่หมู 1 ถ้วย
ส้มตำแครอท+มะละกอ 1 จาน
ฝรั่งหั่นชิ้นเล็ก 1 ผล
ข้าวต้ม 1 ถ้วย + จับฉ่ายครึ่งถ้วย
แฮมนึ่ง 3 แผ่น
สลัดผลไม้รวม
ผัดผักบุ้งไฟแดง 1 จาน
ไข่ต้มไม่สุกนัก ใส่พริกไทยดำมากๆ 1 ฟอง
ถั่วลิสงต้ม 1 ถ้วยข้าวต้ม
ซุปเห็ดหรือซุปหัวหอม 1 ถ้วย
ผักนึ่งกับน้ำพริก เช่น กวางตุ้ง หน่อไม้ ถั่วพู ถั่วฝักยาว
แอปเปิ้ลเขียว หั่นชิ้นเล็กๆ 2 ผล
สลัดผักรวมใส่ไข่ต้มครึ่งฟอง 1 ถ้วย
แกงจืดฟักหรือหัวไช้เท้า ไม่ใส่เนื้อสัตว์ 1 ถ้วย
ผักสดๆ แช่เย็น จิ้มซอส เช่น แตงกวา มะเขือเทศ แครอท ดอกกะหล่ำปลี ข้าวโพดอ่อน หน่อไม้ฝรั่ง
ผลไม้กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน
แอปเปิ้
ชมพู่
ฝรั่ง
มะม่วงดิบ
มะละกอ
แตงโม
สูตรลดน้ำหนักที่ผู้หญิงไม่ควรพลาด
ผลไม้กินแล้วอ้วนแน่นอน
การกินผลไม้ กินแล้วดี มีประโยชน์มากมาย Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am แต่บางครั้งก็ต้องเลือกกิน และกินในปริมาณที่พอดี เพราะมีผลไม้บางชนิดที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจจะทำให้อ้วนได้ผลไม้กินแล้วอ้วนฉุ หนีไม่พ้นทุเรียน
ผลไม้ที่กิน แล้วอ้วนสุด ๆ คือ กล้วยไข่
อันดับ 2 คือ กล้วยน้ำว้า
อันดับ 3 คือ ขนุน
อันดับ 4 คือ กล้วยหอม
อันดับ 5 คือ มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
อันดับ 6 คือ ลำไยกะโหลกเขียว
อันดับ 7 คือ ลองกอง
อันดับ 8 คือ เงาะ
อันดับ 9 คือ ลางสาด
อันดับสุดท้ายน้ำตาลน้อยสุด คือ ละมุด
สูตรลดน้ำหนัก วิธีการลดน้ำหนักที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ใช่กันคือการอดอาหาร ซึ่งการอดอาหารนั้นส่งผลกับร่างกายของคุณผู้หญิงแน่นอน สูตรลดน้ำหนักที่เรานไมาบอกกัน จะช่วยให้คุณไม่ต้องทรมานต่อไปค่ะ
สูตรลดน้ำหนักที่ผู้หญิงไม่ควรพลาด
สูตรลดน้ำหนัก หรือวิธีการลดน้ำหนักของคุณผู้หญิงที่นิยมใช่กัน คงเป็นการอดอาหาร หรือลดปริมาตรอาหารของคุณ แต่ผลที่ตามมาอาจไม่ดีเท่าที่ควร
สูตรลดน้ำหนัก จะต้องช่วยให้คุณได้สารอาหารอย่างครบถ้วนและมีประโยชน์ต่อร่างกายในแต่ละวัน ดังนั้น เราเลยมีสูตรลดน้ำหนัก ที่คุณเองสามารถเลือกทานในแต่ละวันได้ไม่ซ้ำแบบกัน มาบอกคุณผู้หญิงกันค่ะ ซึ่งแต่ละสูตรลดน้ำหนักนั้น คุณผู้หญิงควรนำมามิกซ์ แมทช์ กันเพื่อให้ตัวเองได้รับสารอาหารในแต่ละวันได้อย่างครบถ้วนค่ะ Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al โดยในแต่ละมื้อคุณผู้หญิงควรเลือกสูตรลดน้ำหนักมาทาน เลือกเมนูใดก็ได้มื้อละ 1 อย่างเท่านั้นน่ะค่ะ งั้นเราลองดูสูตรลดน้ำหนักในแต่ละมื้อกันเลยดีกว่าค่ะ
สูตรลดน้ำหนักที่ผู้หญิงไม่ควรพลาด
มื้อเช้า ให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งทานสลับกันไปทุกวัน
ไข่ต้มไม่สุกนัก ใส่พริกไทยดำมากๆ เกลือเล็กน้อย 1 ฟองเท่านั้น
ข้าวโอ๊ตชงกับน้ำร้อน 1 ถ้วยกาแฟ
น้ำเต้าหู้ใส่ลูกเดือย 1 ถ้วยข้าวต้ม
ข้าวต้มกับยำกุ้งแห้ง 1 ที่
แฮมนึ่ง 2 แผ่น
สลัดผักสด 1 ถ้วย
แอปเปิ้ลแดง 1 ผลหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
น้ำผักผลไม้ เช่น แครอทปั่นกับแอปเปิ้ลเขียว
ขนมปังโฮลวีตปิ้งทาเนยถั่ว 1 แผ่นกับชาสมุนไพร
เมล็ดทานตะวัน+เมล็ดฟักทอง 1 จานเล็ก (จานรองถ้วยกาแฟ)
ลูกเกดหรือลูกพรุนแห้ง 3 ช้อนโต๊ะ
ซุปเห็ดสด หรือต้มจืดเห็ด 1 ถ้วย
ถั่วลันเตานึ่งหรือต้มโรยเกลือ หรือราดซอสพริก 1 ถ้วยข้าวต้ม
จับฉ่าย 1 ถ้วยข้าวต้ม
ซุปผักโขม 1 ถ้วย
มื้อกลางวัน ให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งทานสลับกันไปทุกวัน
น้ำแอปเปิ้ล 1 แก้ว+ ส้ม 2 ผล
แครอทต้ม 1 จานเล็ก (จานรองกาแฟ) กับแฮมนึ่ง 1 แผ่น
ขนมจีนน้ำยาป่า 1 จานเล็ก
ยำเห็ด หรือยำก้านคะน้า 1 จาน
ไข่ดาวใส่พริกไทยดำมากๆ แม็กกี้เล็กน้อย 1 ฟอง
แกงจืดเต้าหู้ขาวใส่ผักกาดขาว 1 ถ้วย
เกี๊ยวน้ำไม่ใส่หมูแดง 1 ถ้วยเล็ก
กล้วยหอมหรือกล้วยน้ำว้า 1 ลูก
สลัดผักใส่ทูน่า 2 ช้อนโต๊ะ 1 ถ้วย
ข้าวต้มกุ้ง 1 ถ้วยเล็ก
แอปเปิ้ลเขียว หั่นชิ้นเล็ก 1 ผล
แกงส้มผักรวม 1 ถ้วย
มะเขือเทศ+แตงกวาสไลด์บางๆ แช่เย็น 1 จาน
สลัดผลไม้ เช่น ชมพู่ แอปเปิ้ล สับปะรด หั่นชิ้นเล็กๆ บีบมะนาวโรยน้ำผึ้ง
ส้มตำมะละกอ 1 จาน
ผัดถั่วงอกไม่ใส่หมู 1 จาน
สูตรลดน้ำหนักที่ผู้หญิงไม่ควรพลาด
สูตรลดน้ำหนักที่ผู้หญิงไม่ควรพลาด มื้อเย็น ให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งทานสลับกันไปทุกวัน
แกงจืดผักโขมไม่ใส่หมู 1 ถ้วย
ส้มตำแครอท+มะละกอ 1 จาน
ฝรั่งหั่นชิ้นเล็ก 1 ผล
ข้าวต้ม 1 ถ้วย + จับฉ่ายครึ่งถ้วย
แฮมนึ่ง 3 แผ่น
สลัดผลไม้รวม
ผัดผักบุ้งไฟแดง 1 จาน
ไข่ต้มไม่สุกนัก ใส่พริกไทยดำมากๆ 1 ฟอง
ถั่วลิสงต้ม 1 ถ้วยข้าวต้ม
ซุปเห็ดหรือซุปหัวหอม 1 ถ้วย
ผักนึ่งกับน้ำพริก เช่น กวางตุ้ง หน่อไม้ ถั่วพู ถั่วฝักยาว
แอปเปิ้ลเขียว หั่นชิ้นเล็กๆ 2 ผล
สลัดผักรวมใส่ไข่ต้มครึ่งฟอง 1 ถ้วย
แกงจืดฟักหรือหัวไช้เท้า ไม่ใส่เนื้อสัตว์ 1 ถ้วย
ผักสดๆ แช่เย็น จิ้มซอส เช่น แตงกวา มะเขือเทศ แครอท ดอกกะหล่ำปลี ข้าวโพดอ่อน หน่อไม้ฝรั่ง
ผลไม้กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน
แอปเปิ้
ชมพู่
ฝรั่ง
มะม่วงดิบ
มะละกอ
แตงโม
สูตรลดน้ำหนักที่ผู้หญิงไม่ควรพลาด
ผลไม้กินแล้วอ้วนแน่นอน
การกินผลไม้ กินแล้วดี มีประโยชน์มากมาย Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Al Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am Am แต่บางครั้งก็ต้องเลือกกิน และกินในปริมาณที่พอดี เพราะมีผลไม้บางชนิดที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจจะทำให้อ้วนได้ผลไม้กินแล้วอ้วนฉุ หนีไม่พ้นทุเรียน
ผลไม้ที่กิน แล้วอ้วนสุด ๆ คือ กล้วยไข่
อันดับ 2 คือ กล้วยน้ำว้า
อันดับ 3 คือ ขนุน
อันดับ 4 คือ กล้วยหอม
อันดับ 5 คือ มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
อันดับ 6 คือ ลำไยกะโหลกเขียว
อันดับ 7 คือ ลองกอง
อันดับ 8 คือ เงาะ
อันดับ 9 คือ ลางสาด
อันดับสุดท้ายน้ำตาลน้อยสุด คือ ละมุด
Subscribe to:
Posts (Atom)