Wednesday, July 8, 2015

‘ปวยเล้ง’ ผักชะลอความแก่

ปวยเล้งเป็นผักบำรุงสุขภาพชั้นยอด เพราะมีวิตามินเอ, วิตามินซี, กรดอะมิโน, ธาตุเหล็ก, แคลเซียม, ฟอสฟอรัสสูง, บีตาแคโรทีน และซาโปนิน

ปวยเล้ง (ผักโขมจีน) Chineses spinach มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Amaranthus Lividus Linn. วงศ์ Amaranthaceae เป็นพืชล้มลุกปีเดียว ลำต้นสีเขียวตรงแตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเดี่ยวรูปไข่คล้ายสามเหลี่ยมดอกเป็นช่อสีม่วงปนเขียวออกตามซอก ปวยเล้งเป็นผักบำรุงสุขภาพชั้นยอด เพราะมีวิตามินเอ, วิตามินซี, กรดอะมิโน, ธาตุเหล็ก, แคลเซียม, ฟอสฟอรัสสูง, บีตาแคโรทีน และซาโปนิน นอกจากนี้ยังมีเส้นใยอาหารมาก จึงช่วยให้ขับถ่ายได้ดี ลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้

มีทฤษฎีหนึ่งกล่าวไว้ว่า ความชราเกิดจากกรดนิวคลิอิกทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ แต่กลับเสื่อมสลายไปก่อน ซึ่ง กรดนิวคลิอิก (Nucleic Acid) ก็คือ สารประกอบอินทรีย์ใด ๆ ที่ประกอบเป็นวัสดุพันธุกรรมของเซลล์สิ่งมีชีวิต กรดนิวคลิอิกกำหนดแนวทางการสังเคราะห์โปรตีน จึงกำกับกิจกรรมทั้งหลายเซลล์ การส่งผ่านจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นเป็นพื้นฐานของพันธุกรรม กรดนิวคลิอิกมี 2 ชนิดหลักคือ DNA กับ RNA นั่นเอง

ในตำรายาล้ำค่าของหมอโฮจุนที่ยูเนสโกคัดเลือกให้เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก บันทึกไว้ว่า การบริโภคปวยเล้งจะช่วยชะลอความชรา เพราะในปวยเล้งมีกรดนิวคลิอิกมาก นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอและซีที่ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว ช่วยรักษาโรคโลหิตจางนอกจากนี้ วิตามินซีในปวยเล้งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อไวรัสหวัด ช่วยป้องกันและรักษาไข้หวัด แม้จะยังแข็งแรง ไม่ได้เจ็บป่วยอะไรก็กินปวยเล้งได้ เพราะจะทำให้มีภูมิต้านทานเชื้อไวรัส ทำง่าย ๆ เพียงสกัดน้ำจากปวยเล้งแล้วดื่มวันละ 1-2 แก้ว จะทำให้ป่วยเป็นไข้หวัดน้อยลง

วัยรุ่นดื่มกาเฟอีนมาก 'สมองพัฒนาช้าลง'

เครื่องดื่มจำพวกน้ำอัดลม เครื่องดื่มเกลือแร่ รวมไปถึงกาแฟเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มเด็กวัยรุ่น เพราะการตลาดที่ดึงดูด รสชาติหวานชื่นใจ  Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu   ซึ่งการศึกษาที่น่าตกใจพบว่า การบริโภคเครื่องดื่มเหล่านี้เพิ่มขึ้นถึง 70% ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา


แน่นอนว่าสิ่งที่ได้มาจากเครื่องดื่มเหล่านี้ คือ น้ำตาล ทว่าสิ่งหนึ่งที่ติดมาด้วยก็คือ “กาเฟอีน” และสารนี้เป็นตัวการสำคัญที่มีความเสี่ยงส่งผลต่อการพัฒนาของสมองอย่างยิ่ง
มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยผลวิจัยระบุว่า วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ตอนต้นที่ดื่มกาแฟ 3 แก้วต่อวัน หรือเครื่องดื่มเกลือแร่ 3 ขวด หรือน้ำอัดลมขวดใหญ่ เสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับการนอนหลับไม่เพียงพอ และเสี่ยงที่จะทำให้สมองเจริญเติบโตช้าลงด้วย

ลด ละ เลิก สักหน่อย แล้วหันไปดื่มน้ำเปล่าแทน น่าจะดีต่อสุขภาพที่สุด

’ขนมครกไข่ขาว’ เมนูช่วยผู้ป่วยโรคไต

เจ้าหน้าที่ฝ่ายโภชนาการของโรงพยาบาลสงขลาได้คิดค้นทำ 'ขนมครกไข่ขาว' เป็นเมนูสำหรับผู้ป่วยด้วยโรคไตโดยเฉพาะ เนื่องจากไข่ขาวมีโปรตีนสมบูรณ์ ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้ กินง่าย ผู้ป่วยไม่รู้สึกเบื่อ

โดยมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับขนมครกทั่วไป แต่เป็นการนำไข่ขาวธรรมดามาหยอดในหลุมหรือเบ้าสำหรับทำขนมครกแทน เพื่อให้ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น

นางพยอม ดวงภักดี นักโภชนาการโรงพยาบาลสงขลา เปิดเผยว่า เมนูขนมครกไข่ขาวนี้เป็นกุศโลบายที่ทางโรงพยาบาลสงขลาดัดแปลงขึ้นมาเพื่อให้ผู้ป่วยโรคไตได้รับประทาน เนื่องจากผู้ป่วยโรคไตแพทย์แนะนำให้กินไข่ขาววันละ 6 ฟอง เพราะไข่ขาวมีโปรตีนสมบูรณ์ ใช้แทนเนื้อสัตว์ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไตหรือล้างไตทางช่องท้อง

แต่หากจะกินไข่ขาววันละ 6 ฟองเป็นเรื่องยากสำหรับคนไข้ เพราะรู้สึกว่ามากเกินไป จึงได้คิดค้นดัดแปลงเมนูไข่ขาวขึ้นมาเพื่อให้ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น และกินได้ง่าย ไม่รู้สึกเบื่อ เพราะหน้าตาจะเหมือนกับขนมครก

แต่ถ้าจะให้อร่อยต้องกินในขณะที่ยังร้อนๆ เหยาะพริกไทยเล็กน้อย   Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu Cu  แต่ห้ามใส่ซอสหรือซีอิ๊ว เพราะจะมีผลต่อผู้ป่วยโรคไต ซึ่งประชาชนทั่วไปก็สามารถกินได้ หรือหากไม่ชอบเมนูขนมครกไข่ขาวก็ให้นำไข่ขาวไปนึ่งหรือยำ หรือผสมอาหารอย่างอื่นแทนก็ได้

สำหรับเมนูขนมครกไข่ขาวนี้ ทางโรงพยาบาลสงขลาได้แนะนำให้กับผู้ที่สนใจตามงานหรือกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่างๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคไต เพราะสามารถทำได้ง่าย เพียงแค่แยกไข่ขาวออกมาแล้วนำมาหยอดในเบ้าสำหรับทำขนมครกโดยที่ไม่ต้องมีส่วนผสมใดๆ

No comments:

Post a Comment