ความเครียดสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกที่ทุกเวลา ยิ่งกับวิชาชีพแพทย์ด้วยแล้ว ความเครียด ยิ่งทีวีคูณ เพราะมีหน้าที่ต้องดูแล รับผิดชอบชีวิตคนไข้
แพทย์หลายคนหันไปคลายเครียดด้วยการออกกำลังกาย ท่องเที่ยว รวมถึงการเป็นจิตอาสา ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เป็นเครื่องมือบำบัดความเครียด
ผศ.ทพญ.ดร. ศรัณยา ตันเจริญ จากภาควิชาเภสัชวิทยา คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นคนหนึ่งที่ทำงานอาสาข้างเตียงในโรงพยาบาลเด็ก ทุกบ่ายวันพุธ หรือวันเสาร์
หลังจากได้สัมผัสกับชีวิตคนไข้ที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายจนกระทั้งเขาเสียชีวิต ทำให้เธอได้เรียนรู้ว่า "กำลังใจ" เป็นสิ่งสำคัญ จึงสมัครเข้ามาเป็นจิตอาสา เริ่มต้นจากการเข้าอบรมและเรียนรู้วิธีการพูดคุยเพื่อให้กำลังใจกับคนไข้และญาติ
"การเข้ามาร่วมกิจกรรมในรูปแบบของจิตอาสา ช่วยคลายเครียดและทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะละวางความโลภ กิเลสของตนเองออกไป จึงรู้สึกผูกพันธ์กับงานจิตอาสาข้างเตียงจนอยากจะไปทำทุกวัน หรือเวลาที่ต้องไปทำงานต่างประเทศหลายวันจะต้องไปลาคนไข้และญาติก่อนทุกครั้ง"
นอกจากจะเป็นอาจารย์ สอนนักศึกษาระดับปริญญาตรี โท เอกแล้ว หญิงเก่งคนนี้ยังทำวิจัยโครงการของตนเองและโครงการของนักศึกษาทันตแพทย์ระดับปริญญาโท Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be และปริญญาเอก และควบตำแหน่งรองหัวหน้าภาควิชา เภสัชวิทยา คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลอีกด้วย แต่ถึงแม้จะสวมหมวกหลายใบขนาดไหน แต่เรื่องกิจกรรมจิตอาสากลับพันธกิจหลักที่เธอไม่เคยละทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นโครงการสร้างโรงเรียนในต่างจังหวัด ทุรกันดาร ที่ต้องการความช่วยเหลือ เธอจะเข้าไปสนับสนุน ทำโครงการเกี่ยวกับการให้ทุนนักเรียน ฯลฯ
ปลดล็อค "อัตตา"
"หลายคนถามว่า ไปทำงานตรงนี้แล้วได้อะไร เหนื่อยก็เหนื่อย แต่เรารู้สึกว่า เราได้รับความสุขจากการทำกิจกรรมจิตอาสาเหล่านั้น ที่สำคัญเป็นการละอัตตา คือ สิ่งที่เป็นตัวตน (ตัวกู ของกู) ถือเป็นบทเรียน เพื่อปรับปรุงตนเอง และพัฒนาจิตใจ ที่ยัง ยึดมั่น ถือมั่น"
งานจิตอาสา สามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น การบริจาคสิ่งของ เงิน หรือให้ความช่วยเหลือด้วยกำลังแรงกาย แรงสมอง ซึ่งเป็นการเสียสละสิ่งที่ตนเองมี แม้กระทั่งเวลา เพื่อส่วนรวม เป็นการยังช่วยลด "อัตตา" หรือความเป็นตัว เป็นตน ของตนเองลงได้ โดยไม่จำกัด วัย การศึกษา เพศ อาชีพ ฐานะ หากแต่ต้องมีจิตใจ เป็น "จิตอาสา" ที่อยากจะช่วยเหลือผู้อื่น หรือทำสิ่งที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคม เหมือนดังเช่น แนวคิดในงานวิจัยหัวข้อ “การผลิตโมโนโคลนอล แอนติบอดีที่จำเพาะกับเปปไทต์ขนาดเล็กสำหรับรักษาโรคปริทันต์อักเสบชนิดลุกลาม” ที่ ผศ.ทพญ.ดร.ศรัณยากำลังทำอยู่ เพื่อให้ช่วยให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
"ความจริงเคยท้อเหมือนกัน เพราะงานวิจัยในประเทศไทย ทำยาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินทุน สถานที่ไม่มี คนก็ไม่พร้อม แต่ต้องสร้างกำลังใจให้ตนเอง อย่างที่บอกกำลังใจเกิดได้จากตัวเรา ถามว่า สร้างได้อย่างไรส่วนหนึ่งได้จากการเป็นจิตอาสา ในช่วงรู้สึกท้อ เช่น งานวิจัยมีปัญหา เซลล์ที่เลี้ยงไว้เสียหาย แต่เมื่อเราไปเห็นผู้ป่วย ทำให้ฉุกคิดได้ว่า ชีวิตคนเรามันก็เท่านี้ จะอะไรมากมายทำให้มีกำลังใจกลับมาและพร้อมจะทำงานต่อไปข้างหน้า"
ในบรรดาสัจธรรมที่เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ กิเลส เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งแต่ที่คนทั่วๆไปนึกถึง คือ โลภ โกรธ และหลง แต่เมื่อได้ทำงานจิตอาสาแล้ว จะรู้สึกปลง เพราะเห็นสภาพของผู้ป่วยระยะสุดท้าย ที่นับถอยหลังสู่วันสุดท้ายของชีวิต มีคนจำนวนมากไม่รู้จะทำอย่างไรเมื่อพ่อแม่ญาติอันเป็นที่รักกำลังค่อยๆ อ่อนแรงหรือกำลังเข้าสู่นาทีสุดท้าย จะทำอย่างไรเพื่อให้เป็นการจากพรากที่สงบไม่ติดข้องติดค้าง ทำอย่างไรให้เกิดความเข้าใจต่อชีวิตไม่ว่าในยามปกติ เมื่อเจ็บป่วย หรือเมื่อรู้ตัวว่าจะตายสิ่งเหล่านี้ สามารถเรียนรู้ได้จากการทำงานจิตอาสา
"เราไปร่วมจัดงานวันเกิดให้เขา ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้ที่เตียง Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be
Be หรือเวลาที่ญาติผู้ป่วยโทรมาปรึกษาเกี่ยวกับศัพท์ทางการแพทย์เราก็จะช่วยอธิบายให้เข้าใจ แต่ในที่สุดมนุษย์ทุกคนก็หนีไม่พ้นภาวะเกิดแก่เจ็บตายอันเป็นธรรมดา ตรงนี้ทำให้ได้สัมผัสกับความจริงในชีวิต"
สำหรับทัศนคติและมุมมองที่มีต่อชีวิตคู่ ของนักวิจัยสาว มองว่า ชีวิตคู่มันเหมือนกับการมีบ่วงอย่างหนึ่ง เมื่อแต่งงานมีลูกจะยิ่งมีห่วงเพิ่มขึ้น เวลาที่จะให้กับงาน สังคมย่อมน้อยลง เพราะมีหน้าที่ดูแลลูกและสามี ทำให้ไม่อยากมีครอบครัว คิดว่าชีวิตตนเองไม่เหมาะกับชีวิตคู่ แม้ว่าผู้หญิงหลายคนเริ่มหวั่นไหว กลัวว่าจะหาคู่ไม่ได้ เมื่ออายุขยับขึ้นเรื่อยๆ แต่เธอกลับมองว่า แม้ชีวิตจะไร้คู่แต่ไม่ไร้ค่าเพราะเป้าหมายต่อจากนี้ไปคือการพัฒนางานวิจัยให้สำเร็จจนสามารถต่อยอดไปรักษาโรคได้จริง
No comments:
Post a Comment