Wednesday, July 8, 2015

นอนกลางวัน สำคัญกับเด็กเล็ก 3-5 ขวบ

นักวิจัยมหาวิทยาลัยแมสซาซูเสตต์ แอมเฮิร์สท์ ที่อเมริกาแนะนำว่า ควรจะให้เด็กเล็กวัย 3-5 ขวบ นอนหลับกลางวันหลังกินอาหารนานสัก 1 ชม. จะช่วยในการเรียนรู้ของเขาทำให้มีความจำติดแน่นขึ้น สามารถจำบทเรียนในชั้นอนุบาลดีขึ้น

คณะวิจัยได้รับรายงานผลการศึกษาในวารสารของ “สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” ว่าเราจะเห็นผลของการให้นอนได้ ตั้งแต่เด็กตื่นนอนขึ้นไปจนกระทั่งวันใหม่ รายงานอ้างว่า การนอนเป็นสิ่งที่ไม่อาจจะขาดได้ของการเปลี่ยนแปลงทางกายและจิตใจ ซึ่งเกิดขึ้นมาจากการที่สมองเป็นผู้รวบรวม เรียบเรียง และเป็นการสร้างข้อมูลขึ้นมาใหม่

โดยความจำระยะสั้นจะถูกตกผลึกกลายเป็นส่วนของความจำระยะยาวหรือความจำถาวร ซึ่งการนอนหลับจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนความจำระยะสั้นให้เป็นความจำระยะยาว

เด็กที่ได้นอนจะทำงานที่เกี่ยวกับภาพและพื้นที่ ตั้งแต่เวลานั้นไปจนถึงวันรุ่งขึ้นได้เก่งขึ้นเมื่อเทียบกับเพื่อนคนที่ไม่ได้นอนอย่างเห็นได้ชัด คุณหนูเหล่านั้นจะจำความรู้ใหม่ในวันต่อมาได้เพิ่มมากขึ้นอีกร้อยละ 10 ถ้าได้นอนกลางวัน

ดร.โรเบิร์ต สกอตต์ จัปป์ แห่งราชวิทยาลัยแพทย์กุมารเวชศาสตร์ และอนามัยเด็กของอังกฤษ ให้ความเห็นว่า “ในแต่ละวันเด็กเล็กๆ เหมือนกับจมอยู่ในบ่อแห่งความรู้” ยิ่งโตขึ้นก็อยากรู้อยากเห็นโลกรอบๆ ตัวเอง และเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น แต่พวกเขาจะตื่นตัวเต็มที่ได้ก็ต่อเมื่อได้นอนวันละ 11-13 ชม. เพื่อที่สมองจะได้พักและพร้อมที่จะเติมความรู้เข้าไปใหม่สำหรับวันหน้า

บัดนี้เรารู้แล้วว่า การนอนตอนกลางวันก็สำคัญไม่แพ้ตอนกลางคืน หากว่าพวกเขาไม่ได้นอนก็จะหัวเสีย ขี้ลืม และไม่มีสมาธิ

ออกกำลังกายรักษาโรค
st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st st an bo cl co di ea
ผลการแข่งขันระหว่างการออกกำลังกับยารักษาโรค ปรากฏว่า การออกกำลังสามารถสู้กับยารักษาโรคอย่างพวกโรคหัวใจได้อย่างสบาย แต่บางโรคยาก็อาจมีภาษีเหนือกว่า

วารสารการแพทย์อังกฤษ เปิดเผยว่า จากการศึกษาวิเคราะห์ผลการทดสอบคุณประโยชน์ของการออกกำลังกาย เทียบกับการใช้ยาเพื่อสงวนชีวิต กับคนไข้ 340,000 ราย ที่ทำกันมาจำนวนหลายร้อยครั้ง

ปรากฏผลว่า การออกกำลังสามารถให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้น สูสีกับยาโรคหัวใจ และเก่งกว่ายารักษาโรคลมอัมพาต จนนักวิจัยออกปากว่า ต้องให้หมอสั่งให้คนไข้ออกกำลังกายในการรักษาโรคด้วยเสียแล้ว

ผลการศึกษาได้ตั้งข้อยกเว้นไว้ว่า ถ้าเป็นโรคหัวใจล้มเหลวแล้ว ยาขับปัสสาวะ จะเป็นฝ่ายชนะอย่างชัดแจ้ง แต่กับโรคลมอัมพาต การออกกำลังจะกลับเป็นต่อเหนือกว่า

แง่ของอายุคาดเฉลี่ย ดร.ปีเตอร์ โคลแมน แห่งแพทย์สมาคมโรคลมอัมพาต กล่าวว่า การออกกำลังขนาดปานกลาง อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคได้มากถึงร้อยละ 27

 “รัดเข็มขัดแน่นไป” เสี่ยงป่วย

การรัดเข็มขัดแน่นเกินไป มีผลทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรงมะเร็งหลอดอาหาร ช่างดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย แต่ใครจะเชื่อว่าเป็นความจริง

ทาง เดลิเมล์ ได้เปิดเผยข้อมูลการวิจัยว่า ผู้ที่สวมใส่เข็มขัดแน่น มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหารช่วงลำคอ

โดย ผู้เชี่ยวชาญชาวสก็อตแลนด์ มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ , สแตรธไคลค์ และโรงพยาบาลทางตอนใต้ เชื่อว่า  ea ea ea ea ea ed fu fu gr ke ke ma no pa re sh sh sh sh si sp st tr tr tr tr va wa we ca ca co co co co el el el el he no no pi pi pi pi pi pr pr pr ra sl sp sw sw te te te te te เข็มขัดที่รัดแน่นส่งผลต่อลิ้นที่กั้นระหว่างกระเพาะอาหารและหลอดอาหาร ทำให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนเข้าไปในหลอดอาหารได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ซึ่งกรดไหลย้อนมีส่วนเชื่อมโยงกับโรคมะเร็ง เพราะกรดสามารถทำลายเซลล์ในหลอดอาหารทำให้สภาพเซลล์เปลี่ยนแปลงไป โดยเซลล์ที่เปลี่ยนไปเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นมะเร็งได้

ผ่านการวิจัยมาแล้วแบบนี้ มีสิทธิ์เป็นไปได้ แค่รัดเข็มขัดแน่นก็สามารถเป็นมะเร็ง! จากนี้คงต้องปรับเข็มขัดให้รัดแบบพอดี

No comments:

Post a Comment